น้ำมันปลากิฟฟารีน คำถามที่พบบ่อย ของน้ำมันปลา

คำถามที่พบบ่อย ของน้ำมันปลา

          น้ำมันปลากิฟฟารีน หลายๆ ท่านมีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับน้ำมันปลา ไม่ว่าจะเป็น ประโยชน์ของน้ำมันปลา วิธีเลือกซื้อน้ำมันปลา ควรเลือกยี่ห้อไหนดี หรือมีวิธีเลือกซื้อย่างไร วันนี้ ตัวแทนกิฟฟารีน มีคำตอบมาให้ค่ะ ^^

Q: โอเมก้า 3 ในน้ำมันปลานั้น แตกต่างจากโอเมก้า 6 อย่างไร

A: โอเมก้า 3 และ 6 เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนทั้งคู่ โดย

  • โอเมก้า 3 มักพบอยู่ในอาหารจำพวกปลาและอาหารทะเล ทำหน้าที่ช่วยยับยั้งการอักเสบ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ สมองเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม
  • โอเมก้า 6 มักพบอยู่ในน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบ และอาจเกิดโรคร้ายต่างๆ ตามมา

Q: เราสามารถได้รับโอเมก้า 3 จากแหล่งไหนได้บ้างและมีวิธีการเลือกทานอย่างไร

A:
แหล่งโอเมก้า 3 มีอยู่ 2 แหล่ง ดังนี้

  1. โอเมก้า 3 จากปลาทะเล ให้สารสำคัญในรูปของ EPA และ DHA
  2. โอเมก้า 3 จากพืช เช่น น้ำมันถั่วดาวอินคา น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น ที่ให้สารสำคัญในรูปของ ALA แนะนำในผู้ทีแพ้ปลา หรืออาหารทะเล
    โดย ALA จะต้องถูกเปลี่ยนเป็น EPA และ DHA ก่อน จึงจะดูดซึมไปใช้ได้ ดังนั้น โอเมก้า 3 จากปลาทะเลจะถูกดูดซึมและนำไปให้ได้ไวกว่า

 

Q: EPA และ DHA ในโอเมก้า 3 แตกต่างกันอย่างไร

A: 

EPA จะเน้นประโยชน์ในด้าน
– ช่วยลดไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้
– ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด โดยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงลดโอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้
– ช่วยลดอาการปวดอักเสบต่างๆ รวมทั้งข้ออักเสบรูมาตอยด์ในคนสูงอายุ

DHA จะเน้นประโยชน์ในด้าน
– ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางการสมอง การเรียนรู้ความจำ
– ช่วยให้สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้สะดวกขึ้น จึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมอง
– ช่วยพัฒนาด้านการมองเห็น จึงมีประโยชน์ในผู้ที่ใช้สายตาหนักเป็นประจำ

 

Stroke, เส้นเลือดสมองตีบ, โรคหลอดเลือดสมอง

 

Q: น้ำมันปลาช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้อย่างไร

A:

  • ช่วยลดระดับไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglycerides)
  • ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจโรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคหัวใจได้

 

Q: น้ำมันปลาช่วยลดการอักเสบได้อย่างไร เมื่อเทียบกับยาต้านการอักเสบ

A: ยาต้านการอักเสบ จะไปยับยั้งขั้นตอนสุดท้ายของการอักเสบ แต่น้ำมันปลาจะไปยับยั้งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นการยับยั้งที่ต้นเหตุ จึงมีความปลอดภัยและได้ผลดีกว่า สามารถทานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องหยุดเหมือนยาต้านการอักเสบ

 

Q: ประโยชน์อื่นๆ ของโอเมก้า 3 ในน้ำมันปลา มีอะไรบ้าง

A:

  • ลดภาวะซึมเศร้าได้ โดยเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ทำลาย เซโรโทนิน (Serotonin)
  • ป้องกันและรักษาโรคกล้ามเนื้อถดถอยอ่อนแรง (Sarcopenia) ในกลุ่มผู้สูงอายุได้
  • ช่วยให้มีการเรียนรู้และความทรงจำที่ดีขึ้น และมีประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพการทำงานของสมองในผู้สูงอายุ

 

ประโยชน์ของน้ำมันปลา, Fish Oil

 

Q: ประโยชน์โดยรวมของน้ำมันปลามีอะไรบ้าง

A:

  • ช่วยให้คิดไวขึ้น ความจำดีขึ้น สมองสดชื่น ไม่อ่อนล้า
  • ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)
  • ช่วยลดความข้นหนืดของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
  • ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน จากการจับตัวของเกล็ดเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดและสมองได้
  • ช่วยลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ จึงช่วยลดการอักเสบและบวมของข้อได้

 

Q: ใครสามารถทานน้ำมันปลาได้บ้าง

A:
น้ำมันปลาให้โอเมก้า 3 ซึ่งร่างกายเราไม่สามารถสร้างเองได้ ดังนั้นจึงสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ

 

Q: ในการรับประทานน้ำมันปลา มีข้อห้ามข้อควรระวังหรือไม่

A:

  • ควรหลีกเลี่ยงการเสริมน้ำมันปลาในผู้ป่วยที่ได้ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน) และยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน)
  • ผู้ที่แพ้อาหารทะเล มักแพ้โปรตีนจากอาหารจึงสามารถทานน้ำมันปลาได้ แต่หากมีความผิดปกติ เช่น ผื่นผิวหนัง คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง ก็ต้องหยุดทาน

 

Q: ในการเลือกซื้อน้ำมันปลา เราควรพิจารณาจุดใดบ้าง

A:

  • น้ำมันปลาที่ดีต้องมี DHA และ EPA ในสัดส่วนที่เหมาะสม คือ DHA : EPA = 1:2 หรือ 2:3
  • ใน 1000 มก. ควรมี DHA+EPA มากกว่า 200 มก.
  • น้ำมันปลาต้องนำเข้าจากประเทศที่เป็นแหล่งของปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง
  • มีคุณภาพตามมาตรฐานทางเภสัชและมาตรฐาน GOED (Global Organization for EPA and DHA Omega-3)
  • ต้องผลิตจากโรงงานที่เชื่อถือได้ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP, PRP และ ISO 9001

 

น้ำมันปลากิฟฟารีน Fish Oil

 

น้ำมันปลากิฟฟารีน Fish Oil

รหัส 40208 ขนาด 500 มก. 50 แคปซูล  ราคา 200 บาท
รหัส 40207 ขนาด 500 มก. 90 แคปซูล  ราคา 320 บาท

รหัส 40208 ขนาด 1000 มก. 50 แคปซูล  ราคา 350 บาท
รหัส 40208 ขนาด 1000 มก. 90 แคปซูล  ราคา 540 บาท

 

 

น้ํามันปลา4x กิฟฟารีน fish oil 4x

 

น้ำมันปลา 4 เอ็กซ์ กิฟฟารีน Fish Oil 4X

รหัส 40117 ขนาด 1000 มก. 30 แคปซูล  ราคา 620 บาท
รหัส 40118 ขนาด 1000 มก. 60 แคปซูล  ราคา 1,060 บาท

 

 

สามารถนำรหัสสมาชิก 48004219 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Fanpage : ตัวแทนกิฟฟารีน
Email : mai-mee-jai@hotmail.com
โทร. 090-0491594 /Line : @welove.giffarine

สมัครสมาชิกกิฟฟารีนป้อนข้อมูลที่นี่ค่ะ

ความคิดเห็น